Inferno: ร้อนบรรลัย อย่าได้พลาด!

 

โอ๊ยยยยย เลิก ๆ ๆ ๆ ถึงเวลาเลิกรอแล้วครับพี่ครับ

ตั้งแต่หนังเรื่อง The Da Vinci Code (2006) และ Angels & Demons (2009) จบไปนี่นะครับ บอกเลยว่าครูทอมรอดูเรื่อง Inferno แบบไม่ไหวแล้วววววววว ตามประสาคนชอบอ่านหนังสือแนวสืบสวนสอบสวนไขปริศนาเนาะ ดังนั้นงานของแดน บราวน์นี่พลาดไม่ได้จริง ๆ ถึงแม้ว่าจะยังอ่านไม่ครบทุกเล่ม แต่ยอมรับกันตรงนี้เลยครับว่าเป็นติ่ง “โรเบิร์ต แลงดอน” ตัวจริงเสียงจริง ละอย่างเรื่อง Inferno นี่เป็นถึงหนังสือสำหรับผู้ใหญ่ที่ติดอันดับเบสต์เซลเลอร์ระดับโลกในปี 2013 ด้วยนะครับนะ รู้เลยว่าคนทั้งโลกตั้งตารอหนังเรื่องนี้แน่นอนครับ

 

แน่นอนครับว่าคนที่มารับบทแลงดอนจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคุณลุงสุดยอดนักแสดงเจ้าเก่าเจ้าเดิมอย่างคุณลุงทอม แฮงค์ นี่แหละครับ บทไหนบทนั้น เล่นถึงทุกเรื่องอะ อย่างตัวแลงดอนนี่เป็นคนฉลาดหลักแหลมรอบรู้ไง โดนใจคุณลุงทอม แฮงค์ไปอีก การสืบเสาะหาเงื่อนงำต่าง ๆ แดน บราวน์ก็ทำได้โดนใจคนอ่าน ถึงขั้นบอกว่า Inferno เป็นเหมือนหนังแบบ Interactive (คนดูมีส่วนร่วมกับหนัง) ซึ่งจริง ๆ ก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่เรื่อง The Da Vinci Code แล้วด้วย

Inferno คือชื่อตอนหนึ่งในบทกวีของ Dante Alighieri กวีชาวอิตาลีในช่วงศตวรรษที่ 14 ซึ่งได้บรรยายถึงการเดินทางของจิตวิญญาณไปสู่พระผู้เป็นเจ้า และเกิดเหตุให้ต้องไปพบกับสภาพนรกหลาย ๆ ขุม มีคนบาปชดใช้กรรมอยู่มากมาย

 

ด้วยความที่แดน บราวน์เป็นสุดยอดนักเขียนแนวสืบสวนสอบสวนที่มีจินตนาการแสนจะกว้างไกล เขาก็ยืมแนวคิดการลงทัณฑ์อย่างสาสมที่ปรากฏในบทกวีของดันเต้มาใช้ นั่นก็คือการลงทัณฑ์พวกมนุษย์ที่ครอบครองโลกเกินกว่าทรัพยากรที่มีบนโลกใบนี้ ฝ่ายคนไม่ดีก็จะปล่อยเชื้อโรคร้ายที่จะกำจัดผู้คนเป็นพันๆ ล้านคนด้วย โอ๊ยยย นี่รู้สึกเหมือนกับว่าแดน บราวน์พยายามเอานรกตามขนบความเชื่อของโบราณมาผสานกับ “นรกบนดิน” แบบปัจจุบันได้อย่างน่าสนใจมาก ๆ เลยนะครับเนี่ย เพราะพอเล่นประเด็นแบบนี้ แสดงว่าต้องมีประเด็นประชากรล้นโลก ประเด็นการควบคุมและจัดการโรคระบาด น่าจะสะท้อนสังคมปัจจุบันใช้ได้เลยครับ

อีกเรื่องที่ชอบมากกกกกกกกกกกก ตามประสาคนชอบเที่ยว (คือครูทอมชอบทุกอย่างอะ งานศิลปะนี่เสพทุกอย่าง หนังสือก็อ่าน เพลงก็ฟัง หนังก็ดู และการท่องเที่ยวก็ขาดไม่ได้) กล้าพูดเต็มปากว่าถ้าใครชอบเดินทางนะ พลาดเรื่องนี้ไม่ได้จริง ๆ เพราะเขาไม่ได้ถ่ายทำกันแค่ทีเดียวครับ นู่นนนนน ไปกันสี่ซ้าห้าเมืองไม่ได้เกรงใจงบของนายทุนกันเลย เมืองเวนิซงี้ ฟลอเรนซ์งี้ บูดาเปสต์งี้ อิสตันบูลงี้

(อิสตันบูล ประเทศตุรกี) cr. ภาพจาก ichef.ibcc.co.uk
(บูดาเปสต์ ประเทศฮังการี) cr. ภาพจาก travelercorner.com
(เวนิซ ประเทศอิตาลี) cr. ภาพจาก easyjet.com
(ฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี) cr. ภาพจาก travel innate.com

 

เดี๋ยว ๆ ๆ นี่จะกลายเป็นบล็อกท่องเที่ยวไปละครับครูท้อมมมมมม

เค ๆ พอก็ได้

 

ไหน ๆ ก็ครูทอมก็เป็นครูเนาะ ขอพูดเรื่องชื่อหนังสักหน่อยดีกว่า เรื่องนี้ชื่อว่า Inferno ตามรากศัพท์ภาษาละติน หมายถึงนรกครับ โอ๊ยยย พูดแล้วก็ร้อน ๆ หนาว ๆ (ร้อนอย่าเดียวไม่ได้นะครับ เพราะตามความเชื่อจากในวรรณคดีไทยเรื่องไตรภูมิพระร่วงนรกมันมีทั้งนรกร้อนและนรกเย็นครับ) นอกจาก Inferno จะแปลว่านรกแล้วยังแปลว่าอัคคีภัยก็ได้อีกด้วย เช่นในประโยคว่า ‘Firefighters fought for over an hour to control the inferno in the city’s center.’ ก็หมายความว่า “นักดับเพลิงใช้เวลาเป็นชั่วโมง ๆ เพื่อระงับเพลิงไหม้ที่ใจกลางเมือง” หรือจะแปลว่าสถานการณ์มาคุก็ยังได้ครับ คืออะไรที่มันร้อน ๆ ก็ใช้ว่า Inferno ได้เลยครับ

image

พอ! นี่ก็ไม่ใช่บล็อกสอนภาษา 55+ กลับมาเรื่องหนังดีกว่าเนาะ อะ เชื่อมจากที่อธิบายไปเมื่อกี้นี้นะครับ ลุงทอม แฮงค์แกเล่าอีกครับว่า

“…นรกสำหรับแลงดอนในหนังเรื่องนี้เป็นทั้งห้วงความคิดและประสบการณ์ทางกายเพราะเขาทรมานกับความเจ็บปวดที่หัวและเขาก็ต้องทนทุกข์กับการที่เขาไม่รู้เหตุผลว่าทำไม…”

แดน บราวน์ก็บอกว่า

“…โรเบิร์ต แลงดอนเองรู้สึกเหมือนตัวเองตกนรกในตอนเริ่มต้นของหนังเรื่องนี้ มันเป็นนรกเฉพาะตัวของเขาครับ เขาฟื้นขึ้นมาในห้องโรงพยาบาล มีคนพยายามฆ่าเขาและเขาก็ไม่รู้เลยว่าโบราณวัตถุที่เขาถือครองอยู่คืออะไร เขาจะต้องตามรอยเงื่อนงำเพื่อหาคำตอบว่าใครที่ต้องการฆ่าเขาและทำไม สุดท้ายเขาก็ตระหนักว่า ความเสี่ยงนี้มันสูงเกินกว่าเรื่องส่วนตัวของเขา เพราะมันเป็นอนาคตของทั้งโลกครับ…”

พูดมาซะขนาดนี้ อ่านกันจนร้อนเหมือนท่ามกลาง “Inferno” เลยคุณเอ๊ยยยยย งั้นครูทอมแนะนำให้ไปตากแอร์ดับร้อนกันในโรงภาพยนตร์นะครับ วันที่ 10 พฤศจิกายนนี้ เจอกันทั่วประเทศแน่นอน แต่เอ๊ะ!!! ไปดูเรื่อง Inferno นี่น่าจะร้อนนนนนนนระอุยิ่งกว่าเดิม ถ้าไม่เชื่อก็ต้องไปพิสูจน์ด้วยตาตัวเองแล้วล่ะครับ